ชายแดนมือใหม่…เป็นสถานที่ที่ทุกคนเคยอยู่มาก่อน บางคนอาจจะอยู่ไม่นาน
บางคนอาจอยู่หลายปี หรือ บางคนอาจจะยังไม่ได้ออกเลย
vi
-ชายแดนมือใหม่-
ในที่นี้ผมหมายถึง กรอบความคิดที่แบ่งระหว่าง วีไอมือใหม่ และ วีไอตัวจริง
การที่เราจะมาจากคนทั่วไปมาเป็น วีไอมือใหม่ นั้นมีหลายวิธี
อาจจะอ่านหนังสือเอง หรือ อาจจะมีคนสอนมา
แต่จาก วีไอมือใหม่ ข้ามมาเป็น วีไอตัวจริง มันเป็นหนังอีกม้วนเลยทีเดียว

…วีไอตัวจริง?
ผมขอนิยามคำว่าวีไอตัวจริงก่อนแล้วกัน ในความเห็นผม
วีไอตัวจริง คือคนที่ตกผลึกในการลงทุน อาจจะเก่งน้อยเก่งมากก็ได้
แต่ต้องสามารถมอง Business Model ออกว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญ
ในการเติบโตของบริษัทที่เขาเลือก

วีไอมือใหม่
เนื่องจากในหนังสือสอนการลงทุนต่างๆมักจะสอนในแง่การวิเคราะห์งบการเงิน
ดังนั้นมือใหม่ทุกคน ก็มักจะวิเคราะห์ตัวเลข PE ROE DE  FCF KFC เยอะไปหมด
แต่กลับไม่รู้ว่าอะไรที่สำคัญกันแน่
อะไรที่จะเป็น key success ของแต่ละบริษัท
มองไม่ออกและคิดไม่ออก ได้แค่วิเคราะห์ตัวเลขและฟังผู้บริหาร
แล้วก็คาดการณ์ยอดขายไปต่างๆนานาจนกลายเป็นขยะข้อมูล
และด้วยการที่มองอะไรไม่ขาด, มองไม่ออกแบบนี้
ขอบข่ายความรู้ Circle of Competence มักจะแคบและหาหุ้นเองไม่ค่อยเป็น…

…ชายแดนนี้ ต่างจากสมัยก้าวมาเป็นมือใหม่ที่สามารถอ่านหนังสือเองได้
เพราะจาก วีไอมือใหม่ ก้าวมาเป็น วีไอตัวจริง ไม่มีหนังสือที่ไหนสอน, สัมมนาก็ไม่ช่วยเท่าไร
เพราะ “งบการเงิน ไม่ใช่ ทุกอย่างของการลงทุน “
ในความคิดผม งบการเงินมีความสำคัญ“ไม่ถึงครึ่ง”ของการลงทุนด้วยซ้ำ
ถึงมีโค้ชคอยช่วยเหลือก็ไม่สามารถสอนความเป็น”ตัวจริง”กันได้
เพราะสิ่งที่จะทำให้ข้ามชายแดนมือใหม่ได้
คือ “ตกผลึก” ด้วยการ “คิดเองได้” อย่างเดียวทั้งนั้น

ในช่วงเวลานี้สำหรับวีไอมือใหม่แล้ว หนังสือวีไอมากมายในร้านไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป
สิ่งที่วีไอมือใหม่ขาดไม่ใช่ความรู้เรื่องการลงทุน แต่เป็นประสบการณ์การมองธุรกิจให้ออก
การฝึกในด้านนี้มีหลายวิธี อย่างเช่น
1.เริ่มจากตามรอยความคิดของคนอื่น
ทำไมเขาซื้อบริษัทนี้ มันดียังไง หามูลค่าอย่างไร และ เราลองทำตามดู
ทำตามนะครับไม่ใช่ลอก ลองไม่อ่านที่เขาหามูลค่าไว้ ฟังแต่เชิงคุณภาพ
แล้วค่อยหามูลค่าเองไปเทียบกับที่เขาทำไว้ ถ้า”ไม่ตรงกัน”…นี่่ล่ะครับจะเกิดเป็นความรู้ใหม่ขึ้นมา
2.ย้อนรอยบริษัท ดูข่าว,งบการเงิน,เป้าหมายผู้บริหารย้อนหลัง
ศึกษาว่าทำไมเขาถึงทำสำเร็จ/ไม่ทำสำเร็จ และอะไรที่ทำให้เขาทำสำเร็จ/ไม่สำเร็จ
แล้วดูงบย้อนหลังว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลานั้น
3.อย่าติดกับหุ้นไม่กี่ตัว ต้องเปิดใจศึกษาหุ้นบริษัทที่ไม่รู้จัก, กลุ่มที่ไม่คุ้นเคย
วีไอมือใหม่มักจะรู้จักบริษัทไม่เกิน 10-20 และด้วยความรู้ที่แคบแบบนี้เลยมองภาพธุรกิจไม่ออก
4.ศึกษา”ตัวธุรกิจ”แต่ละประเภท ธุรกิจแต่ละอย่างมีจุดเป็น/จุดตายต่างกันและมองหามันให้เจอ
ศึกษาลงไปในเนื้อธุรกิจไม่ใช่ตัวเลข ธรุกิจนี้มีข้อเด่น/ข้อด้อย อย่างไร
การแข่งขันเป็นอย่างไร จุดเป็นจุดตายอยู่ตรงไหน ซึ่งจริงๆแล้วข้อมูลตรงนี้หาได้ไม่ยากเลย
อย่างเช่นธุรกิจอสังหา ธุรกิจเดินเรือ ธรุกิจประกัน เราสามารถหาความรู้ได้ในเว็บทั่วไป
ถ้าเจอหนังสือที่เจาะจงเฉพาะเรื่องธุรกิจนั้นๆก็ซื้อมาอ่านเลยครับ อ่านให้มากๆ
หรืออย่างง่ายที่สุดเลยก็คือ แบบ 56-1, รายงานประจำปี…มันฟรีและดีมาก

บางธุรกิจสิ่งสำคัญไม่ใช่ยอดขาย แต่เป็นต้นทุนขาย
บางธุรกิจสิ่งสำคัญไม่ใช่ทั้งยอดขายและต้นทุน แต่เป็นค่าเงิน
บางธุรกิจสิ่งสำคัญไม่ใช่ยอดขายไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นการขยายตัว(กำลังผลิต)
และอีกมากมายขึ้นอยู่กับ Business Model ของธุรกิจนั้นๆ ซึ่งหาไม่ได้จากตัวเลขงบการเงิน
แล้วคุณจะพบว่า financial ratio หลายๆอย่างนั้นเป็น…”ขยะตัวเลข
เมื่อไรที่คุณมอง key success ของแต่ละบริษัทออกโดยไม่ยาก
ผมคิดว่านี่ล่ะสัญญานที่บอกได้ว่าคุณได้ก้าวข้ามชายแดนมือใหม่แล้ว
และเมื่อคุณมอง key success ออก การเลือกหุ้นเพื่อลงทุนมันจะง่ายขึ้นมาก
ไม่เหมือนสมัยเป็น วีไอมือใหม่ ที่คิดไปเองและคำนวนตัวเลขอะไรก็ไม่รู้

*วีไอ = Value Investor = นักลงทุนแบบเน้นคุณค่า

Advertisements