เมื่อปี 1891 Eugene Dubois นักวิทยาศาสตร์ชาวดัต ผู้ไม่มีชื่อเสียง “โนเนม”
ค้นพบฟอสซิลกระโหลกที่ไม่เหมือนลิง,มีขนาดเล็กกว่ามนุษย์ และยังพบกระดูกขา ที่อินโดนีเซีย
ที่กระดูกขามีบาดแผลสาหัสคล้ายถูกธนูยิง แต่ก็เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว แสดงถึงว่ามีการรักษาในสมัยนั้น
Dubois เชื่อว่านี่เป็นมนุษย์อีกสายพันธุ์หนึ่ง คือ “โฮโมอีเลคตัส” เป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่มาก
แต่เมื่อเผยแพร่งานวิจัยและโครงกระดูกออกไป กลับไม่มีผู้ยอมรับและถูกมองว่าเป็น “ของปลอม”
บ้างก็บอกว่าเป็นแค่กระดูกมนุษย์พิการ หรือ ชะนียักษ์
ฟอลซิล มนุษย์ “โฮโมอีเลคตัส” จึงกองทิ้งไว้ในบ้านของ Dubois เฉยๆ

(ของแท้ ที่ใครๆก็ว่าปลอม)

ต่อมาอีก 20 ปี
ในปี 1912 Charles Dawson นักวิทยาศาสตร์อังกฤษ ผู้โด่งดัง เป็นสมาชิกธรณีวิทยาลอนดอน
อ้างว่าพบฟอสซิลเศษกระโหลก ขากรรไกรและฟัน ในบ่อกรวด ที่เมืองพิลท์ดาวน์,อังกฤษ
ขนานนามว่า “มนุษย์พิลท์ดาวน์”ได้รับการยอมรับจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วอังกฤษ (เอ้า  CI ชาบูๆ)

  (เศษกระดูกที่ถูกประกอบเป็นกระโหลก)

  (Dawson กับบรรดา CI ยุคโบราณ)
ฟอลซิ “มนุษย์พิลท์ดาวน์” ถูกนำไปจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอังกฤษด้วย
เพราะเชื่อว่าเป็น “ของจริง” นักวิทยาศาสตร์หกล่าวว่า ภูิใจใจที่อังกฤษเป็นต้นกำเนิดของมวลมนุษย์
งานวิจัยบรรยาย “มนุษย์พิลท์ดาวน์” ว่า “ตัวใหญ่ เดินลากขา กระโหลกเหมือนมนุษย์
มีแค่นิสัยบางอย่างที่คล้ายลิง
และพฤติกรรมการกินอาหาร การดำรงชีวิต” (เทพจริงอะไรจริง)
ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ นำไปศึกษาต่อยอดมากมาย (หึหึ CI )
…หลังจากนั้นอีก 40 ปี ถึงจะรู้กันว่า “มนุษย์พิลท์ดาวน์” เป็น “ของปลอม” ลวงโลก
แท้จริงแล้วเป็นแค่กระโหลกมนุษย์ยุคกลางเอาไปย้อมสี ขากรรไกรเอามาจากอุรังอุตัง
ฟันจากชิมแปนซีไอ้ที่เอาไปศึกษาต่อยอดต่างๆ ก็เป็นอันว่าจบ….
(อนาถชีวิต CI  ถ้าสมัยก่อนมีเน็ต คงดราม่าในเว็บกัน)

—————————————————————–

จะว่าไปแล้วก็เหมือนในสังคมการลงทุนทุกวันนี้
คนเรามักจะมีความลำเอียงอยู่ตลอดเวลา ไม่ค่อยมองอะไรอย่างเป็นกลาง
เพราะเมื่อเราตีค่าบุคคลหรือสิ่งของใดๆไปแล้ว มันจะส่งผลต่อการรับข้อมูลต่อมาของเรามาก

*ปล.คำว่า  CI คือ คำล้อเลียนคนที่ซื้อหุ้นตามผู้ที่มีชื่อเสียงในเว็บ โดยไม่ใช้ความคิดวิเคราะห์

Bias is your friend ;-P

Advertisements