ASEAN VI – ก้าวต่อไปของนักลงทุนไทย, บุกตลาดหุ้นอาเซียน

1 Comment

ห่างหายไปนานเลยครับ ที่ไม่ได้อัพเดทบล็อค

ปัจจุบันผมโยกเงินในพอร์ตครึ่งนึงออกไปต่างประเทศ เปิดเป็นพอร์ตออฟชอร์

ในพอร์ตตอนนี้ถือหุ้นไทย 50% หุ้นต่างประเทศ 50%  ครับ

=หุ้นต่างประเทศน่าสนใจยังไง=

ประเทศไทยติดหล่มไม่สามารถเติบโตได้ อย่างปี 57 GDP ก็โตแค่ 0.7%
ในขณะที่ มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ทำได้ระดับ 5-7% กันทั้งนั้น
…ทำให้ประเทศเหล่านั้นน่าสนใจกว่ามากๆ
เมื่อภาพใหญ่ของประเทศเติบโต ภาพเล็กระดับบริษัทมันก็ง่ายขึ้นเยอะครับ
เพราะเราสามารถโฟกัสที่ตัวบริษัทได้เลย ไม่ต้องเป็นห่วง macro ระดับประเทศมากนัก
หาข้อมูลพบว่า ราคาหุ้นส่วนใหญ่ไม่ได้แพงกว่าบ้านเรา และ ส่วนนึงยังถูกกว่าอีกด้วย
คิดง่ายๆว่า…ประเทศโตดีกว่า, บริษัท Growth เยอะกว่า, ความเสี่ยงเรื่องการเมืองไม่มี, PE เท่ากันหรือถูกกว่า
แค่นี้ก็อดใจไม่ไหวแล้วครับ ไม่มีเหตุผลที่จะไม่สนใจ

=ตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน..โดยสังเขป=
ผมพูดถึงตลาดแต่ละประเทศคราวๆล่ะกันนะครับ เด่วอาจมีต่อในบทหน้าถ้ามีคนสนใจ
ตลาดหุ้นมาเลเซีย
– จำนวนบริษัทมากกว่าไทย หุ้นPEค่อนข้างสูงเท่าๆกับไทย โอกาสเติบโตมีอุปสรรคบ้างจากด้านประชากรน้อยและศาสนา
ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย
– หุ้นค่อนข้างถูก PE ต่ำกว่าบ้านเรา, จำนวนชนชั้นกลางจะเพิ่มเป็น2เท่าในอีก 6 ปี, แต่มีความเสี่ยงด้านค่าเงิน
ตลาดหุ้นสิงคโปร์
–  มีหุ้นต่างประเทศมา list จำนวนมาก, มีบริษัทคุณภาพดีเยอะมากครับ แต่ราคาหุ้นก็ไม่ได้ถูกมาก
ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์
– อดีตเสือตัวเก่าที่เพิ่งตื่น PEราคาหุ้นเฉลี่ยถูกกว่าไทย แต่โอกาสเติบโตมากกว่า หาบริษัทที่ growth 30% ไม่ยาก
ตลาดหุ้นเวียดนาม
– มีบริษัทเล็กๆที่รอวันเติบใหญ่เยอะมาก แต่เอกสารข้อมูลใช้ภาษาเวียดนามเป็นหลัก(อ่านไม่ออก!)
ตลาดหุ้นลาว
– มีทั้งหมด 3 บริษัท, ธนาคาร ไฟฟ้า ศูนย์การประชุม เปิดพอร์ตต่างหาก(เทรดได้ประเทศเดียว)
ตลาดหุ้นกัมพูชา
– มีทั้งหมด 1 บริษัท, การประปาพนมเปญ ยังไม่เห็นว่าโบรกให้รับเปิดพอร์ตให้นะครับ

=เปิดพอร์ตเพื่อลงทุนต่างประเทศ (Offshore Trading) =
การเปิดพอร์ตออฟชอร์ มีให้บริการในเกือบทุกโบรกเกอร์ครับ แต่เงื่อนไขจะต่างกันออกไป
เช่น จำนวนประเทศที่สามารถเทรดได้
ต้องลองหาข้อมูลครับว่าโบรกนั้นสามารถเทรดประเทศที่เราต้องการได้มั้ย
และการเปิดพอร์ตออฟชอร์ใหม่
โบรกใหญ่ๆส่วนมาก ต้องเปิดพอร์ตขั้นต่ำ 5 แสนบาทขึ้นไป แต่ค่าคอมจะถูกหน่อย (0.3-0.4%)
โบรกเล็กอย่างเช่น ธนชาต จะไม่มีขั้นต่ำครับ แต่ค่าคอมจะแพงกว่า (0.6-0.7%)
และยังมีค่าโอนเงินไปต่างประเทศ ครั้งละประมาณ 1 พันบาทครับ
จุดนี้ทำให้เราต้องเป็นนักลงทุนระยะยาวโดยอัตโนมัติ เทรดบ่อยๆไม่คุ้ม ค่าคอมกินหมดครับ

=แหล่งข้อมูล=
ห้องที่ผมกับเพื่อน(คุณฮี่)ตั้งขึ้น ชื่อกรุ๊ป ASEAN VI  ใน Facebook
รวบรวมข้อมูลหุ้นแต่ละบริษัท จัดเป็นสารบัญเหมือนเป็นร้อยคนร้อยหุ้นครับ
“ASEAN VI – นักลงทุนไทยในอาเซียน”    http://on.fb.me/1LfjAyR < คลิก

asd

ทฤษฏี Reflexivity ในการตีความของผม

6 Comments

Image

Image

หลายคนอ่าน Reflexivity แล้วงงงวยไปกับสำนวนของ จอร์จ โซรอส
ส่วนหนึ่งเพราะไปพยายามตีความ Reflexivity ให้ออกเป็นกลยุทธ์การลงทุน
ซึ่งไม่ใช่นะครับ เพราะคุณจะไม่เจอหลักการวิเคราะห์การลงทุนใดๆในทฤษฏีนี

อ่านต่อ 〉 More

ความวุ่นวายทางการเมือง กับ การพัฒนาเศรษฐกิจ

1 Comment

ช่วงนี้เห็นคนแชร์กันเยอะนะครับ
ที่ว่า “กลัวนักการเมืองโกงกินจะทำให้ไทยตกต่ำอย่างฟิลิปปินส์”
ผมนึกสงสัยเลยอ่านประวัติศาสตร์ฟิลิปปินส์ทั้งการเมืองและดู
พบสิ่งที่น่าสนใจดังนี้ครับ
Image
– ในยุคมากอส ที่เค้าว่าเป็นนักการเมืองโกงกินนั้น GDP ฟิลิปปินส์นำไทย
และก็เติบโตมาเรื่อยตลอด 30กว่าปีที่มากอสเรืองอำนาจ
– เศรษฐกิจฟิลิปปินส์เริ่มตกต่ำพร้อมๆกับมีการประท้วงขับไล่มากอสในปี 1983 
และในปีนั้นเองที่ “ไทยแซงฟิลิปปินส์” 
– ในช่วงที่ประท้วงกันอย่างกว้างขวาง เศรษฐกิจฟิลิปปินส์จมดิ่งต่อเนื่อง
– ในปี 1986 ประท้วงจบ ไล่มากอสสำเร็จ ได้ผู้นำคนใหม่เป็น นางคอราซอน อาคีโน
แต่ความวุ่นวายทางการเมืองยังไม่จบ มีการ “รัฐประหาร 6 ครั้ง” ใน 6 ปี เฉลี่ยปีละครั้ง!
เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ไม่สามารถเดินหน้าได้ ในขณะที่เศรษฐกิจไทยพุ่งนำไม่เห็นฝุ่น
– ปี 1992 นายพลรามอสขึ้นเป็นผู้นำ ไม่มีเหตุการปฏิวัติเกิดขึ้นอีก 
เศรษฐกิจฟิลิปปินส์จึงโงหัวขึ้นมาเดินหน้าได้อีกครั้ง (แต่ไทยก็ไปไกลเสียแล้ว)
…..ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่า…..
ความเสื่อมโทรมของฟิลิปปินส์ เกิดขึ้นเพราะ
นักการเมืองโกงกิน หรือ การประท้วง,รัฐประหาร ที่มีผลฉุดรั้งมากกว่ากัน???

ถูกหรือแพง…เรารู้ได้ยังไง?

5 Comments


ถามว่าผักคะน้ากำละ 10 บาท ถูก หรือ แพง?…หลายคนอาจจะตอบไม่ได้
แต่ถ้าเพิ่มข้อมูลให้อีกหน่อยว่าเจ๊ตุ๊กขายกำละ 10, เจ๊น้อย ขาย 12, เจ๊ศรี ขาย 14 บาท

ทุกคนน่าจะตอบได้ว่า กำละ 10 บาทนั้น…ถูก
เรื่องนี้เป็น Relative comparison (การเปรียบเทียบเชิงสัมพัทธ์)
ที่เป็นตัวขับเคลื่อนกระบวนการตัดสินใจของเราอยู่ตลอดเวลา
และด้วยเหตุผลเดียวกันเราจึงสามารถรู้ได้ในทันทีว่าชาเขียวขวดละ 20บ.ก๋วยเตี๋ยว 35บ.เป็นราคาปกติ
โดยที่ไม่ต้องเห็นสิ่งของนั้นด้วยซ้ำ เพราะเราใช้การเปรียบเทียบกับข้อมูลเดิมในความทรงจำ
การเปรียบเทียบถูกใช้เสมือนเป็นทางด่วนของการตัดสินใจ แต่บางครั้งเหตุการณ์มันต่างออกไป

การเปรียบเทียบเชิงสัมพันธ์ส่งผลถึงการรับรู้ของเรา
และสามารถใช้เป็นเครื่องมือทำการตลาดอีกแบบหนึ่ง
เช่น บริษัทผลิต มือถือฝังเพชร กระเป๋าฝังเพชร ราคาหลายสิบล้านบาท

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครซื้อ…แล้วเค้าทำออกมาขายทำไม? More

Moderntrade ท้องถิ่น แดนอีสาน

3 Comments


แรกทีเดียวผมโพสใน Facebook แต่มันดูยากหน่อย
เลยเอามาโพสในบล็อคด้วยดีกว่า เผื่อจะมีประโยชน์กับคนอื่นได้บ้าง
ผมอยู่ร้อยเอ็ดครับ เห็นพัฒนาการการปรับตัวของร้านค้าท้องถิ่นมาเป็น Moderntrade แล้วน่าสนใจ More

(Reflexivity) กูมาสายเพราะมึงนัดเผื่อ กูนัดเผื่อเพราะมึงมาสาย

4 Comments

จั่วหัวมาซะแรง…แต่ก่อนจะพูดหัวข้อ ขอเกริ่นก่อนสักหน่อย
วันนี้ผมอยากจะพูดถึง Theory of Reflexivity (ทฤษฏีการสะท้อนกลับ) ของ George Soros
ที่อธิบายว่า ความจริง(objective)และ ความเห็น(subjective)ต่างส่งผลถึงกันแบบสะท้อน
เพราะถูกกระทบด้วย “แรง” ที่โซรอสเรียกว่า feedback ทำให้ ตลาด“มุ่งออก”จากสมดุลตลอดเวลา
หลายคนที่เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับ Reflexivity มักจะงงงวยไปกับเนื้อหาและสำนวนภาษาของโซรอส
ส่วนหนึ่งที่เป็นเช่นนั้นเพราะผู้อ่านหลายคนคาดหวังว่ามันเป็นตำราสอนการลงทุน เหมือนหนังสืออื่นๆ
ที่จริงแล้ว “ทฤษฏีการสะท้อนกลับ” เป็นทฤษฏีที่อธิบายความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ไม่เฉพาะการลงทุน
ดังนั้นผู้อ่านจึงจะไม่เจอหลักวิเคราะห์การลงทุนใดๆในหนังสือของโซรอส
…เพราะนี่เป็นสิ่งที่อยู่ขอบนอกกว่ากลยุทธ์การลงทุน

แล้ว Reflexivity คืออะไรของมันว่ะเนี่ย
Reflexivity ในมุมมองผมคิดว่ามันเป็นทฤษฏีที่อธิบายเรื่องธรรมดาๆที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
ยกตัวอย่างหุ้นของบริษัทหนึ่ง ที่นักลงทุนมีความคาดหวังว่าจะโต

Positive feedback วงจรจะดำเนินไปเรื่อยๆจนกว่า More

ชายแดนมือใหม่

4 Comments

ชายแดนมือใหม่…เป็นสถานที่ที่ทุกคนเคยอยู่มาก่อน บางคนอาจจะอยู่ไม่นาน
บางคนอาจอยู่หลายปี หรือ บางคนอาจจะยังไม่ได้ออกเลย
vi
-ชายแดนมือใหม่-
ในที่นี้ผมหมายถึง กรอบความคิดที่แบ่งระหว่าง วีไอมือใหม่ และ วีไอตัวจริง
การที่เราจะมาจากคนทั่วไปมาเป็น วีไอมือใหม่ นั้นมีหลายวิธี
อาจจะอ่านหนังสือเอง หรือ อาจจะมีคนสอนมา
แต่จาก วีไอมือใหม่ ข้ามมาเป็น วีไอตัวจริง มันเป็นหนังอีกม้วนเลยทีเดียว More

Older Entries